นางเงือกในพระอภัยมณี
กลุ่มสาระ:
01_ภาษาไทย
ระดับชั้น: ประถมศึกษาปีที่ 4

 

      เงือกในพระอภัยมณีนั้นอาศัยอยู่ในทะเลลึก เป็นสัตว์ครึ่งคนครึ่งปลา ครั้นมีเรืออับปาง พวกนางเงือกก็ไปฉุดมนุษย์มาเป็นคู่ ทำให้ลูกหลานเงือกต่างรู้ภาษามนุษย์  รวมถึงเงือกพ่อเงือกแม่และนางเงือกของพระอภัยมณีก็รู้เช่นกัน สินสมุทรเองยังพิศวงกับรูปลักษณ์ของตัวเงือก ดังปรากฏในบทประพันธ์  ความว่า 

  
 
                   เห็นฝูงเงือกเกลือกกลิ้งมากลางชล                 คิดว่าคนมีหางเหมือนอย่างปลา 
                    ครั้นถามไถ่ไม่พูดก็โผนจับ                             ดูกลอกกลับกลางน้ำปล้ำมัจฉา 
                    ครั้นจับได้ให้ระแวงแคลงวิญญาณ์                  เช่นนี้ปลาหรืออะไรจะใคร่รู้
                    ฉุดกระชากลากหางขึ้นกลางหาด                    แลประหลาดลักษณามีตาหู 
                    จะเอาไปให้พระบิดาดู                                   แล้วลากลู่เข้าในถ้ำด้วยกำลัง

 

      จะเห็นว่าเงือกของสุนทรภู่นั้นมีความเป็นสากล  และสอดคล้องกับเงือกในทัศนะของชาวตะวันตกอย่างมาก  โดยเฉพาะเงือกที่มีชื่อเสียงซึ่งปรากฏในนิทานเรื่อง The Little Mermaid ของ ฮันท์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน  นักเขียนชาวเดนมาร์กก็มีตัวละครเอกเป็นครึ่งคนครึ่งปลา รูปร่างหน้าตาเหมือนนางเงือกในพระอภัยมณีอย่างชัดเจน

     นักวิชาการบางกระแสกล่าวว่า สุนทรภู่ได้แรงบันดาลใจในการสร้างตัวละครนางเงือกมาจากการติดต่อพูดคุยกับพวกตะวันตกที่มาค้าขายกับประเทศสยามในขณะนั้น ซึ่งหากดูตามประวัติแล้ว วังหลังที่สุนทรภู่เคยอาศัยก็อยู่ในบริเวณที่มีการติดต่อการค้า  

     นอกจากนี้ยังมีข้อคิดเห็นส่วนหนึ่งที่เชื่อว่านางเงือกของสุนทรภู่มีต้นเค้ามาจาก ปลาพะยูน เพราะบรรดาชาวเรือในอดีตต่างก็เคยคิดว่าปลาชนิดนี้เป็นเงือกเช่นกัน อย่างไรก็ดี ไม่ว่าสุนทรภู่จะได้ต้นแบบนางเงือกมาจากที่ใด หรือจะเป็นจินตนาการสร้างสรรค์ของท่านสุนทรภู่เองทั้งหมดก็ตามที แต่เมื่อใดก็ตามที่พูดถึงเงือก เราก็มักจะนึกถึงนางเงือกที่มีรูปลักษณ์อย่างในพระอภัยมณีหรือ The Little Mermaid  เสมอ อาจกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า สุนทรภู่ได้สถาปนาภาพนางเงือกไทยในแบบสากลอย่างที่รู้จักกันจนถึงทุกวันนี้ 

     ภาพดังกล่าวของนางเงือกอาจจะเห็นได้ชัดเจนขึ้นจากตอนที่พระอภัยมณีได้ยลโฉมของนางเป็นครั้งแรก  ดังเนื้อความในนิทานที่ว่า 
  

                   พงศ์กษัตริย์ทัศนานางเงือกน้อย                      ดูแช่มช้อยโฉมเฉลาทั้งเผ้าผม 
                   ประไพพักตร์ลักษณ์ล้ำล้วนขำคม                    ทั้งเนื้อนมนวลเปล่งออกเต่งทรวง 
                   ขนงเนตรเกศกรอ่อนสะอาด                            ดังสุรางค์นางนาฏในวังหลวง 
                   พระเพลินพิศคิดหมายเสียดายดวง                  แล้วหนักหน่วงนึกที่จะหนีไป 

 

     หากจะเทียบกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่มาเกี่ยวพันกับพระอภัยมณีแล้ว นางเงือกดูจะมีเล่ห์เหลี่ยมน้อยกว่านางอื่นๆ และยอมยกใจให้พระอภัยมณีเพราะคำหวานหว่านล้อมอย่างที่ฝ่ายชายถนัด  อย่างไรก็ตาม ความรักของนางเงือกนั้นอาจถือได้ว่าเป็น รักสนองคุณ เพราะพระอภัยมณีนั้นมีบุญคุณที่ไม่ทำร้ายพ่อเงือกเมื่อคราวพบกันที่ถ้ำนางผีเสื้อสมุทร ในครั้งนั้นพ่อเงือกได้ปฏิญาณว่าจะเป็นข้ารับใช้พระอภัยมณีจนสิ้นชีวิต 

     โครงเรื่องในลักษณะนี้มักพบเห็นเสมอในนิทานคำกลอนของสุนทรภู่ อาทิเรื่อง โคบุตร ก็มีให้เห็นบ่อยครั้ง เมื่อพระโคบุตรช่วยชีวิตหรือชุบชีวิตใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นยักษ์  วิทยาธร  คนธรรพ์  ลิงเผือก  หรือนกกระจาบ ฝ่ายที่ได้รับการช่วยเหลือให้มีชีวิตอยู่ต่อไปต่างซาบซึ้งใจและยอมอยู่ใต้อำนาจของพระโคบุตรทั้งสิ้น แม้ก่อนหน้านั้นจะเคยเป็นศัตรูกันมาก่อนก็ตาม เช่นเดียวกับพ่อเงือกในเรื่องพระอภัยมณี แรกทีเดียวก็คิดว่าตนต้องตายอย่างแน่นอนเพราะถูกลูกยักษ์อย่างสินสมุทรจับตัวมา แต่เมื่อได้พบพระอภัยมณีซึ่งสัญญาว่าจะปล่อยตนกลับไป ก็เท่ากับว่าพระอภัยมณีได้เป็นผู้ช่วยชีวิตตนไว้ ดังนั้นจึงสมควรแล้วที่พ่อเงือกจะยอมตัวเป็นข้าแก่พระอภัยมณี และบุญคุณนี้ยังถือเป็นหน้าที่ของแม่เงือกและลูกเงือกจะต้องร่วมซาบซึ้งและทดแทนด้วยกัน เพราะเหตุนี้เองที่แม้พ่อเงือกและแม่เงือกจะต้องตายไปด้วยน้ำมือของผีเสื้อสมุทรในคราวที่พาพระอภัยหนี แต่นางเงือกก็ไม่ถือโทษโกรธแค้นพระอภัยมณีแต่อย่างใด เพราะถือว่าพ่อเงือก “ยอมเป็นข้ารับใช้พระอภัยมณีจนสิ้นชีวิต”  การสูญเสียพ่อและแม่ของนางเงือกจึงเป็นเรื่อง “การตายในหน้าที่”  มากกว่าพระอภัยมณีจะเป็นต้นเหตุ

     นอกจากนั้น  นางเงือกยังต้องรับภาระตกทอดในการรับใช้พระอภัยมณีแทนพ่อกับแม่ที่จากไป  นางเงือกจึงไม่ค่อยมีปากเสียงกับพระอภัยมณีเท่าใดนัก  หน้าที่หลักคือดูแลลูกอย่าง สุดสาคร จนเติบใหญ่และได้ไปออกรบช่วยพ่อในเวลาต่อมา

     บทบาทของนางเงือกก็น่าสงสารไม่น้อยเมื่อมองด้วยสายตาของคนปัจจุบันเพราะเมื่อจากเกาะแก้วพิสดารไปแล้ว พระอภัยมณีก็ไม่เคยกลับมารับนางตามสัญญา (จะแวะมาเยี่ยมบ้างก็ตอนท้ายเรื่อง) ความสุขของนางยังพอมีอยู่บ้างเมื่อตอนหลังพระอินทร์เห็นใจช่วยตัดหางปลาและให้นางมีขาอย่างมนุษย์ และสุดสาครก็รับไปอยู่เมืองลังกากับลูกๆ หลานๆ ด้วยกันอย่างมีความสุข 

 




ที่มา: สุนทรภู่. พระอภัยมณี . พิมพ์ครั้งที่ 14 . กรุงเทพมหานคร : บรรณาคาร , 2517 หน้า 135, วศิน ยุวนะเตมียร์. “ตำนานนางเงือก”. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จากhttp://www.janburi.buu.ac.th/~marine/index.php?option=com_content&task=view&id=24&Itemid=40
เว็บลิงค์: http://www.janburi.buu.ac.th/~marine/index.php?option=com_content&task=view&id=24&Itemid=40
คลิปอาร์ต:
คลิปวิดีโอ: