ตำนาน
กลุ่มสาระ:
04_สังคมฯ (อาเซียน,หน้าที่ฯ,พุทธฯ,ประวัติฯ,เศรษฐฯ,ภูมิฯ)
ระดับชั้น: ประถมศึกษาปีที่ 6

ตำนาน

     ตำนาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปี พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของตำนานไว้ว่า หมายถึง เรื่องแสดงกิจการอันมีมาแล้วแต่ปางหลัง เรื่องราวนมนานที่เล่าสืบ ๆ มา เช่น ตำนานพุทธเจดีย์สยาม หรือใช้เรียกพระปริวรรตบทหนึ่งว่า “เจ็ดตำนานบ้าง สิบสองตำนานบ้าง”     จึงสรุปความหมายของตำนานว่า เป็นเรื่องราวของความเป็นมาของสถานที่ สิ่งของต่าง ๆ ซึ่งไม่สามารถชี้ได้ชัดเจนว่าสถานที่ สิ่งของ เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น วัน เวลาใด ใครเป็นผู้เกี่ยวข้อง

 

ตัวอย่างตำนานในประเทศไทย

  • ตำนานเมืองลับแล   จังหวัดอุตรดิตถ์
    ครั้งหนึ่งมีหนุ่มเมืองใต้ (เมืองทุ่งยั้ง) เดินทางหลงป่าไปทางเหนือได้เห็นหญิงสาวสวยออกจากเมืองลับแล โดยซ่อนกุญแจไว้ ชายหนุ่มจึงแอบขโมยกุญแจและใช้เล่ห์กลมนต์อุบายเกี้ยวพาราสีจนสาว หลงเชื่อพาไปอยู่กินเป็นสามี เมืองลับแลมีแต่ ผู้หญิงสาวสวยทั้งหมด ชาวเมืองลับแลเป็นผู้ยึดมั่นในศีลธรรมทำแต่ความดี  ต่อมาชายหนุ่มกับสาวงามเมืองลับแลมีลูกด้วยกันหนึ่งคน ชายหนุ่มจึงพูดโกหกชาวบ้านได้ยิน จึงพากันขับไล่ชายผู้นั้นให้ออกจากเมือง ภรรยาซึ่งรักสามีแต่ก็ไม่อาจช่วยได้ และเกรงสามีจะได้รับความลำบาก จึงแอบเอาของสำคัญใส่ย่ามให้สามี โดยกำชับว่า เมื่อถึงบ้านให้เอาออกดูห้ามเอาออกดูระหว่างทาง เมื่อเดินทางพ้นเมืองลับแล ชายหนุ่มอยากรู้ ว่าภรรยาเอาอะไรใส่ถุงให้เพราะหนัก ก็เห็นขมิ้นเต็มย่ามจึงขว้างทิ้งเกือบหมด ครั้นกลับถึงบ้านจึงเล่าเรื่องราวให้เพื่อนญาติพี่น้องฟังพร้อมกับยืนยันคำพูดด้วยการเอาขมิ้นติดถุงย่ามออกมาอวด ปรากฏว่าขมิ้นนั้นเป็นทองคำ ด้วยความเสียดายจึงชวนพรรคพวก ญาติพี่น้อง ออกตามไปเก็บขมิ้นที่ขว้างทิ้งระหว่างทาง แต่หาทางเก่าเข้าเมืองลับแลไม่พบ ด้วยเหตุนี้เมืองลับแลจึงเป็นเมืองอาถรรพณ์ที่ชายหนุ่มทั้งหลายหวังจะเข้าไป แต่ไม่มีใครเข้าไปได้อีกเลย



  • ตำนานแหลมงอบเกาะช้าง  จังหวัดตราด
    สมัยหนึ่งพระโพธิสัตว์ได้มาสร้างตำหนักเลี้ยงช้างอยู่ที่เกาะช้าง มีช้างพลายเชือกหนึ่งเป็นจ่าโขลง ชื่อว่า อ้ายเพชร และมีสองตายายผู้เลี้ยงชื่อ ตาบ๋าย และยายม่อม วันหนึ่งอ้ายเพชรจ่าโขลงตกมันหนีเตลิด เข้าป่าไปผสมพันธุ์กับนางช้างป่า  ตกลูกมา ๓ เชือก เมื่อพระโพธิสัตว์ทราบเรื่องจึงสั่งให้สองตายายไปติดตาม แต่ให้ไปคนละทาง  อ้ายเพชรหนีไปจนสุดเกาะด้านเหนือว่ายน้ำข้ามทะเลมาขึ้นฝั่งซึ่งเดี๋ยวนี้เรียกว่าบ้านธรรมชาติ ส่วนลูกทั้งสามที่ตามมาด้วยว่ายน้ำไม่เป็น จึงจมน้ำตาย กลายเป็นหินสามกองอยู่บริเวณอ่าวคลองสน ชาวบ้านเรียกว่า หินช้างสามลูก ในขณะที่อ้ายเพชรว่ายน้ำไปถึงกลางทะเลลึกก็ได้ถ่ายมูลไว้กลายเป็นหินกองอยู่ตรงนั้นเรียกว่า “หินขี้ช้าง”  ปัจจุบันมีประภาคาร  เมื่อขึ้นฝั่งได้แล้ว อ้ายเพชรก็มุ่งหน้าเลียบไปตามชายฝั่งด้านทิศใต้ ยายม่อมตามไปจนทันแต่ตกลงไปในโคลนถอนตัวไม่ขึ้นถึงแก่ความตาย ร่างกายของแกกลายเป็นหินกองอยู่ตรงนั้น ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หินยายม่อม”  ส่วนงอบที่แกสวมไว้ได้ลอยไปติดปลายแหลมและกลายเป็นหิน ชาวบ้านเรียกว่า “แหลมงอบ”  อ้ายเพชรยังหนีต่อไป  ชาวบ้านช่วยกันจับให้กลับมาเข้าคอก  จึงเรียกที่ไปสกัดข้างหน้านี้ว่าไปสลักหน้า และเรียกหมู่บ้านบริเวณนี้ว่า “บ้านสลักเพชร”  ซึ่งหมายถึง สลักหน้าอ้ายเพชร โดยเหตุที่เกิดความยุ่งยากนี้พระโพธิสัตว์จึงฝังอาถรรพ์ไว้ตามเกาะ ต่าง ๆ มิให้ช้างอาศัยอยู่อีกต่อไปนับแต่นั้นมาเกาะต่าง ๆ จึงไม่มีช้างอาศัยจนถึงปัจจุบัน



  • ตำนานพญากง-พญาพาน   จังหวัดนครปฐม   
    พญากงเป็นเจ้าเมืองนครชัยศรี มีพระมเหสีรูปโฉมงดงาม  เมื่อพระมเหสีทรงพระครรภ์โหรหลวงได้ทำนายว่าจะได้พระราชโอรสเป็นผู้มีบุญ และจะได้เป็นใหญ่ภายหน้า แต่จะเป็นผู้ฆ่าพระราชบิดา  เมื่อครบกำหนดพระมเหสีก็ประสูติพระกุมาร ขณะที่ข้าราชบริพารได้เอาพานไปรองรับ บังเอิญหน้าผากของพระกุมารกระทบขอบพานเป็นแผล พญากงได้สั่งให้นำพระกุมารไปทิ้งตามยถากรรม ยายหอมไปพบเข้านำไปเลี้ยงไว้และตั้งชื่อว่าพาน  ครั้นพานโตขึ้นยายหอมก็นำไปฝากให้เล่าเรียนที่วัด พานเป็นเด็กฉลาดสมภารวัดผู้เป็นอาจารย์จึงรักใคร่เอ็นดูมีวิชาอะไรก็สอนให้หมด  ต่อมาสมภารฝากเข้ารับราชการกับพระยาราชบุรี เป็นที่โปรดปรานของพระยาราชบุรีจนถึงกับรับไว้เป็นโอรสบุญธรรม สมัยนั้นเมืองราชบุรีขึ้นกับเมืองนครชัยศรี  พญาพานชักชวนให้พระยาราชบุรีแข็งเมือง  ระหว่างทำสงครามพญากงก็ถูกพญาพานฟันด้วยของ้าวตายในที่รบ  เมื่อพญายาพานเข้ายึดเมืองนครชัยศรีได้แล้ว ย่อมได้ทั้งราชสมบัติตลอดจนพระมเหสีของพญายากงด้วย แต่ในขณะที่จะเข้าไปหาพระมเหสีนั้น เทวดาได้แปลงกายเป็นแมวแม่ลูกอ่อนกำลังให้ลูกกินนมขวางประตูไว้ แล้วร้องทักเสียก่อน พญายาพานจึงได้อธิษฐานว่า ถ้าพระมเหสีเป็นแม่ของตนจริงก็ขอให้มีน้ำนมไหลซึมออกมา ก็เห็นน้ำนมไหลออกมาจริง จึงได้รู้ว่าทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน พญาพานโกรธยายหอมที่ปิดบังความจริง  จึงสั่งให้นำยายหอมไปฆ่าเสีย  ต่อมาด้วยความสำนึกผิด ที่ได้ฆ่าพระราชบิดาและยายหอมผู้มีพระคุณ จึงได้สร้างพระเจดีย์ขนาดใหญ่สูงชั่วนกเขาเหิน คือ องค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อเป็นการล้างบาปที่ฆ่าพระราชบิดาให้บรรเทาลงบ้าง และสร้างพระประโทนเจดีย์ เพื่อล้างบาปที่ฆ่ายายหอม



  • ตำนานกำเนิดแม่น้ำชี   จังหวัดชัยภูมิ
    แม่หม้ายคนหนึ่งอยู่กับลูกสาว สามีของนางเสียชีวิตนานแล้ว วันหนึ่งนางไปหาหน่อไม้บนภูเขา และหาหน่อไม้ได้มากกว่าทุกวัน นางจึงได้นำหน่อไม้ที่หาได้ไปขายในตลาดกับลูกสาวของนาง ปรากฏว่าหน่อไม้ของนางขายดีได้เงินมาเป็นจำนวนไม่น้อย เมื่อได้เงินจากการขายหน่อไม้นางได้พาลูกสาวของนางไปซื้อเสื้อผ้า ซื้อของที่ลูกของนางอยากได้ นางและลูกสาวซื้อของเสร็จกำลัง จะออกจากร้าน เจ้าของร้านก็ได้บอกนางว่า “ผู้หญิงคนนี้สวยจริง ๆ เลย”  ต่อมานางจึงส่งลูกสาวเข้าไปอยู่ในวัง เมื่อลูกสาวของนางได้ไปอยู่ในวังก็เป็นที่หมายปองของชายทั้งหลาย และได้พบรักกับลูกขุนนาง และตกลงใจแต่งงานโดยไม่บอกมารดา ด้วยความเป็นห่วง นางรู้แล้วว่าลูกสาวของนางแต่งงานแต่ไม่บอกนาง นางก็ไม่โกรธ และได้เข้ามาหาลูกสาวในวัง เมื่อลูกสาวพบหน้ามารดาก็ทำท่าเหมือนไม่รู้จักซ้ำยังไล่เหมือนกับว่าไม่ใช่แม่ สร้างความเสียใจให้แก่ผู้เป็นแม่มาก   เมื่อกลับถึงบ้านนางยังคงร้องไห้อยู่ทุกวัน ในที่สุดก็ตัดสินใจบวชชี และได้เดินทางไปบนภูเขาซึ่งนางเคยหาหน่อไม้กับลูกสาว  และได้นั่งร้องไห้บนภูเขาจนน้ำตา ของนางกลายเป็นสายน้ำ  นางได้จบชีวิตลง ณ ที่แห่งนั้น ชาวบ้านเรียกชื่อแม่น้ำสายนี้ว่า “แม่น้ำชี”



  • ตำนานอ่าวพระนาง  จังหวัดกระบี่
    นานมาแล้วมีหญิงสาวสวยคนหนึ่ง อาศัยอยู่ที่ปราสาทริมทะเลไม่ไกลจากสุสานหอยมากนัก ด้วยเหตุที่นางเป็นผู้เลอโฉม  จึงทำให้มีชายหนุ่มหมายปองเป็นจำนวนมาก แต่นางไม่รับรักใครเลย  อยู่มาวันหนึ่งมีชายหนุ่มจากเกาะหัวขวานมาหา และขอความรักจากนาง แต่นางไม่รับรักชายหนุ่มผู้นั้น จึงใช้กำลังฉุดคร่าจะเอาตัวนางไปให้ได้ ขณะนั้นมีชายหนุ่มจากเกาะพญานาคผ่านมาเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปช่วย ในที่สุดนางจึงยอมตกลงจะแต่งงานกับชายหนุ่มเกาะพญานาค เมื่อถึงวันนัดแต่งงานชายหนุ่มเกาะพญานาคก็ยกขันหมากมาทำให้ชายหนุ่มอื่น ๆ ที่หมายปองอยู่ทราบข่าว และไม่ยอม  จึงยกขบวนมาแย่งชิงนาง  เกิดรบพุ่งกันชุลมุนวุ่นวายไปหมด พระฤาษีที่จำศีลอยู่ในถ้ำได้ยินจึงออกมาห้ามปรามไว้แต่ไม่มีใครเชื่อฟัง จึงสาบให้เป็นหินไปทั้งหมด นางผู้เลอโฉมกลายเป็นถ้ำนาง  ส่วนชายหนุ่มได้กลายเป็นเกาะหัวขวาน เกาะปอดะ เขาหงอนนาค เขาหางนาค ขันหมากที่จมลงในทะเลเป็นภูเขา รูปขันหมากอยู่หน้าถ้ำนาง ส่วนข้าวเหนียวกวนที่นำมาในงานแต่งงาน ได้กลายเป็นสุสานหอย

 




ที่มา: ฝ่ายวิชาการ อักษรเจริญทัศน์ อจท.
เว็บลิงค์: http://tarachai.tripod.com/03seethaitumnan/tumnan.htm, http://www.sk.ac.th/club/Web%20T.Chutima%20New/thai/TAMNAN1.HTM
คลิปอาร์ต:
คลิปวิดีโอ: