นิทานพื้นบ้านไทย
กลุ่มสาระ:
01_ภาษาไทย
ระดับชั้น: ประถมศึกษาปีที่ 4

นิทานพื้นบ้าน หมายถึง เรื่องเล่าที่ใช้ถ้อยคำธรรมดา เป็นร้อยแก้วไม่ใช่ร้อยกรอง ถ่ายทอดโดยการเล่าปากต่อปากสืบต่อกันมาผ่านคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง แต่ในระยะหลังเมื่อการเขียนเจริญขึ้นก็อาจจะเขียนบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรตามเค้าเรื่องที่เคยเล่าด้วยปาก ซึ่งนิทานพื้นบ้านจะไม่ปรากฏว่าผู้เล่าดั้งเดิมเป็นใคร

ประโยชน์ของการศึกษานิทานพื้นบ้าน

1.ให้ความบันเทิงแก่ผู้ฟัง
2.ให้ความรู้
3.ให้แนวทางในการดำเนินชีวิต

ประเภทของนิทานพื้นบ้านไทย

     นิทานพื้นบ้านไทย สามารถแบ่งได้ตามเนื้อหาหรือรูปแบบของนิทาน โดยแบ่งได้เป็น 7 ประเภท ดังนี้

  1. นิทานมหัศจรรย์ คือ นิทานจักรๆ วงศ์ๆ ที่มีเนื้อหากล่าวถึงตัวละครที่ต้องออกไปเผชิญโชคยังดินแดนมหัศจรรย์ และปราบฝ่ายอธรรม เช่น เรื่องปลาบู่ทอง ไชยเชษฐ์ เป็นต้น
  2. นิทานวีรบุรุษ เป็นนิทานที่มีโครงเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นปาฏิหาริย์ของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ หรือบุคคลที่เป็นวีรบุรุษประจำชาติ เช่น เรื่องพระร่วง เป็นต้น

  3. นิทานประจำถิ่น เป็นนิทานที่อธิบายความเป็นมาของท้องถิ่น แม้ว่าเรื่องจะเป็นแนวปาฏิหาริย์ แต่ก็ปรากฏชื่อสถานที่ในท้องถิ่นจริง มีโบราณสถานหรือหลักฐานสำคัญของท้องถิ่นนั้นๆ จริง เช่น เรื่องพระยากงพระยาพาน (ตำนานองค์พระปฐมเจดีย์ จ. นครปฐม)

  4. นิทานอธิบายเหตุ  เป็นนิทานที่อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติ รูปร่างลักษณะของสัตว์ หรือพิธีกรรมต่างๆ ตามความเชื่อของคนไทย จึงไม่สอดคล้องกับการอธิบายตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยมุ่งตอบข้อสงสัยต่างๆ เช่น ทำไมงูเหลือมจึงไม่มีพิษ ทำไมกระดองเต่าจึงเป็นลาย เป็นต้น

  5. เทพนิยายหรือนิทานเทวปกรณ์ คือ นิทานที่เล่าความเป็นมาของโลก การกำเนิดโลกและจักรวาลตามความเชื่อของคนไทย อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติที่อิงอยู่กับสิ่ง ศักดิ์สิทธ์ เช่น เรื่องเมขลากับรามสูร (อธิบายเรื่องการเกิดฟ้าแลบ ฟ้าร้อง) เรื่องราหูอมจันทร์ (อธิบายเรื่องการเกิดจันทรุปราคา)

  6. นิทานสอนใจ หรือนิทานคติธรรม มักนำเค้าโครงเรื่องมาจากชาดก มีเนื้อหาสอนใจ

  7. นิทานมุขตลก เป็นนิทานสั้นๆ มุ่งให้ความตลกแก่ผู้ฟัง



ตัวอย่างนิทานพื้นบ้าน เรื่อง ปลาบู่ทอง


      ชายผู้หนึ่งชื่อ นายทอง เป็นชาวบ้านเมืองพาราณสี นายทองมีภรรยา 2 คน ชื่อ นางขนิษฐา และนางขนิษฐี นางขนิษฐาเป็นผู้ที่มีจิตใจเมตตา โอบอ้อม ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต นางมี  ลูกสาวที่สวยน่ารัก 1 คน ชื่อ เอื้อย ซึ่งเป็นเด็กสาวที่มีจิตใจดีงาม ส่วนนางขนิษฐีภรรยาอีกคนของนายทอง เป็นผู้ที่มีจิตใจหยาบกระด้าง อิจฉาริษยาขนิษฐาและเอื้อยอยู่ตลอดเวลา ขนิษฐีมีลูกสาววัยไล่เลี่ยกับเอื้อย 2 คน ชื่อ อ้าย กับ อี่ ซึ่งอุปนิสัยและจิตใจเช่นเดียวกับผู้เป็นแม่ ขนิษฐีและลูกสาวทั้งสองมักหาโอกาสกลั่นแกล้ง รังแกขนิษฐาและเอื้อยโดยหวังกำจัดให้พ้นไปจากบ้าน

     วันหนึ่งนายทองออกไปจับปลาตั้งแต่เช้าจนเที่ยงได้ปลาบู่มาหนึ่งตัว จึงนำมาบ้านให้ขนิษฐาทำ ต้มยำ ขนิษฐาพยายามขอชีวิตปลาบู่ไว้แต่ไม่สำเร็จ จึงทำทีว่าจะฆ่าปลาบู่แล้วแกล้งปล่อยให้หนีลงน้ำไป นายทองและขนิษฐีโกรธจัดจับขนิษฐาลงเรือบังคับให้ออกไปจับปลากลับมาทำอาหาร แต่ขนิษฐาไม่สามารถจับปลาได้ ซ้ำยังประสบอุบัติเหตุจนตกจากเรือจมน้ำเสียชีวิตไป ขนิษฐีอยู่บนบ้านเห็นขนิษฐาตกน้ำก็ดีใจ และไม่ได้ช่วยเหลือแต่อย่างใด เอื้อยกลับมาบ้านในตอนเย็นและทราบว่าแม่ตกน้ำหายไปก็ร้องให้เศร้าโศกเสียใจ

     ด้วยผลแห่งกรรมดีที่ขนิษฐากระทำไว้ เทวดาจึงยอมให้ขนิษฐาซึ่งเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์กลับลงมาอยู่ใกล้ๆ เอื้อยในร่างของปลาบู่ทอง  เมื่อเอื้อยรู้ว่าแม่มาเกิดเป็นปลาบู่ทอง  อยู่ที่ท่าน้ำก็ดีใจ ทุกวันเอื้อยจะมาพูดคุยและนำอาหารมาให้แม่ปลาบู่ทอง ขนิษฐีและลูกๆ สงสัยที่เห็นเอื้อยมีความสุข จึงสืบจนรู้เรื่องปลาบู่ทอง และวางแผนฆ่าปลาบู่ทองได้สำเร็จ แต่แม่เป็ดเก็บเกล็ดปลาบู่ทองได้และนำมาให้เอื้อย ขณะเดียวกันขนิษฐาก็อ้อนวอนเทวดาขอลงมาอยู่กับลูกอีก เอื้อยนำเกล็ดปลาไปฝังไว้ในดิน เทวดาสงสารขนิษฐาจึงแปลงร่างให้กลายเป็นต้นมะเขือ

     ต่อมาขนิษฐีสงสัยว่าต้นมะเขือที่มีผลหวานอร่อยคือขนิษฐากลับมาเกิด จึงทำลายต้นมะเขือทิ้งไป บังเอิญอี่ทำลูกมะเขือหล่นลงไปใต้ถุนบ้าน ปูนาซึ่งเป็นเพื่อนของเอื้อยเก็บได้ จึงนำไปให้แม่เป็ด เอื้อยได้รับลูกมะเขือจากแม่เป็ดก็แอบไปฝังที่ชายป่า เทวดายอมให้ขนิษฐาลงมาอยู่กับลูกอีกครั้งเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทอง ซึ่งเมื่อต้องลมก็จะบังเกิดเสียงไพเราะดังกรุ๊งกริ๊ง เอื้อยก็มีโอกาสมาหาแม่ที่เป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองได้ทุกวันโดยสามแม่ลูกไม่สงสัย 

     วันหนึ่งพระเจ้าพรหมทัตผู้ครองกรุงพาราณสีเสด็จประพาสย่านหัวเมืองเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร  เมื่อมามาถึงชายป่า ทรงสดับเสียงกรุ๋งกริ๋งที่ไพเราะ จึงทรงม้าออกตามหาที่มาของเสียง จนพบต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองและเอื้อย เอื้อยตกใจวิ่งหนีไปก่อน พระเจ้าพรหมทัตมีพระราชประสงค์จะนำต้นโพธิ์ไปปลูกในวัง แต่ก็ไม่สามารถนำไปได้ จึงทรงประกาศว่าผู้ที่เคลื่อนย้ายต้นไม้ได้จะได้รับรางวัลอย่างงาม

     วันรุ่งขึ้นมีคนมาแสดงตัวเป็นเจ้าของของต้นโพธิ์หลายราย หนึ่งในนั้นคือขนิษฐีและลูกสาวทั้งสองซึ่งไม่สามารถทำได้ เอื้อยเห็นความมุ่งมั่นของพระเจ้าพรหมทัต และคิดว่าแม่จะมีความสุขหากได้เข้าไปอยู่ในวัง จึงขอให้แม่ยอมเข้าไปอยู่ในวัง แล้วตนจะเข้าไปทำงานรับใช้ในวังเพื่อดูแล ต้นโพธิ์จึงยอมขยับเขยื้อน พระเจ้าพรหมทัตดีพระทัยและประกาศรับเอื้อยเข้าวังเป็นมเหสี ท่ามกลางความอิจฉาเคียดแค้นของขนิษฐี อ้ายและอี่ที่เห็นเอื้อยได้ดีต่อหน้าต่อตา

     หลายเดือนผ่านไป ขนิษฐี และลูกสาวทนเก็บความริษยาไว้ไม่ได้ จึงออกอุบายไปส่งข่าวบอกเอื้อยว่าพ่อเจ็บหนักให้กลับมาเยี่ยม พอทราบข่าวเอื้อยก็รีบไปทันที   สามแม่ลูกวางแผนให้เอื้อยเดินข้ามสะพานไม้ที่วางหลอกไว้จนเอื้อยตกน้ำตาย แล้วให้อ้ายเข้าไปในวังแทน ฝ่ายเอื้อยเมื่อตายไป เทวดาเห็นว่ายังไม่สิ้นอายุขัยจริง  แต่ก็ไม่สามารถกลับเป็นมนุษย์ได้ทันทีจึงกลายเป็นนกแขกเต้าบินกลับเข้าวัง และตัดพ้อต่อว่าพระเจ้าพรหมทัตจนพระเจ้าพรหมทัตเกิดความสงสัย ขณะเดียวกันก็ทรงเอ็นดูนกแขกเต้ามาก จึงทรงจับมาเลี้ยงในกรงและเอาใจใส่เป็นอย่างดี  กระทั่งอ้ายเกิดความไม่พอใจ และแคลงใจว่านกตัวนี้มีอะไรที่เกี่ยวพันกับเอื้อยก็เป็นได้ จึงหาทางกำจัดแต่นกแขกเต้าก็สามารถหนีไปได้เมื่อหลบหนีออกมาจากวัง  นกแขกเต้าต้องเผชิญกับอันตรายอีกหลายครั้ง จนกระทั่งพบฤๅษีในป่า จึงชุบชีวิตให้นกแขกเต้ากลับกลายเป็นเอื้อยดังเดิม และยังได้เสกเด็กผู้ชายคนหนึ่งชื่อลบ ให้เป็นลูกของเอื้อยเพื่อคลายเหงา

     ผ่านไปหลายปี เจ้าลบเกิดความสงสัยว่าพ่อเป็นใคร เอื้อยจึงเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง ทำให้ลบร้องขอที่จะเข้าไปในวังเพื่อกราบทูลพระเจ้าพรหมทัตให้ทรงทราบความจริง เอื้อยได้ร้อยพวงมาลัยฝากไปถวายพระเจ้าพรหมทัตด้วย ลบเดินทางมาถึงพระราชวัง ก็พยายามหาทางจนได้โอกาสเข้าเฝ้าพระเจ้าพรหมทัตและถวายพวงมาลัย พระเจ้าพรหมทัตเห็นฝีมือร้อยมาลัยก็จดจำได้ว่าเป็นฝีมือของเอื้อย ลบจึงกราบทูลเรื่องราวของเอื้อยถวาย พระเจ้าพรหมทัตดีพระทัยที่เอื้อยยังมีชีวิตอยู่ และทรงกริ้วที่ขนิษฐีกับลูกสาวทั้งสองก่อกรรมทำเข็ญไว้กับเอื้อย จึงให้คุมขังสามแม่ลูกเพื่อรอการประหาร และเสด็จไปรับเอื้อยกลับคืนสู่พระราชวัง

     เมื่อทราบว่าสามแม่ลูกจะถูกประหารชีวิต เอื้อยจึงขอพระราชทานอภัยโทษจากพระเจ้าพรหมทัต ให้ลงโทษด้วยการขับออกนอกวังกลับบ้านไป และให้ถือศีลบำเพ็ญความดีตลอดชีวิต เอื้อยและต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองก็มีชีวิตที่สงบสุข นับจากนั้นเป็นต้นมา

 




ที่มา: หนังสือนิทานพื้นบ้าน ของธวัช ปุณโณทก สำนักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์ อจท.จำกัด
เว็บลิงค์: http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/นิทานพื้นบ้าน
คลิปอาร์ต:
คลิปวิดีโอ: