การลบรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า
กลุ่มสาระ:
07_การงานฯ (การงานฯ,เทคโนฯ)
ระดับชั้น: ประถมศึกษาปีที่ 4
       การใช้เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายให้ทนทาน และอยู่ในสภาพดีนั้น  ต้องรู้จักวิธีทำความสะอาด  และกำจัดรอยเปื้อนต่างๆ บนเสื้อผ้า ดังนี้

      1. รอยเปื้อนกาว ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดที่รอยเปื้อน จากนั้นนำมาแช่ในน้ำเย็น แล้วซักตามปกติ

      2. รอยเปื้อนขี้ผึ้ง วางกระดาษซับบนรอยเปื้อนแล้วกดด้วยเตารีดที่ร้อน ให้เปลี่ยนกระดาษจนกว่าไขทั้งหมดถูกดูดซับไปหมด   สำหรับผ้าเนื้อบางหรือผ้าไหมให้ใช้กระดาษทิชชูซับแทนกระดาษธรรมดา และใช้เตารีดที่ไม่ร้อนมาก

      3. รอยเปื้อนไข่ ผสมน้ำซักผ้ากับน้ำอุ่น แล้วนำผ้าเปื้อนไปซักตามปกติ

 

     4. คราบน้ำตาเทียน ใช้ก้อนน้ำแข็งขูดเกล็ดเทียนออกให้มากที่สุด จากนั้นใช้กระดาษประกบบริเวณที่เปื้อนทั้ง 2 ด้าน แล้วใช้เตารีดอุ่นๆ รีดทับจนน้ำตาเทียนซึมออกมาติดกับกระดาษ แล้วจึงนำผ้าไปซักตามปกติ

     5. คราบโคลน ปล่อยให้โคลนแห้งแล้วใช้แปรงปัดออก ซักด้วยน้ำเย็นหลายๆ ครั้ง จนไม่มีน้ำโคลนออกมา แล้วจึงนำไปซักตามปกติ

     6. คราบน้ำชา รีบเทน้ำเดือดลงบนรอยเปื้อนบนผ้าที่เพิ่งเปื้อนจนรอยจางลง จากนั้นนำไปซักในน้ำอุ่นกับสบู่ ถ้ายังไม่ออกให้ใช้น้ำยาฟอกขาวเช็ด แล้วจึงนำไปซัก

     7. น้ำผลไม้, น้ำมันพืช นำผ้าที่เปื้อนไปขึงให้ตึงบนปากกะละมัง เทน้ำเดือดลงบนรอยเปื้อน แล้วจึงนำผ้าไปซัก

     8. รอยเปื้อนน้ำหมึก ก่อนซักให้นำเกลือป่นโรยตรงรอยเปื้อน แล้วบีบน้ำมะนาวลงไปให้ชุ่ม ผึ่งแดดไว้ครึ่งวัน แล้วค่อยนำไปซัก

     9. รอยเปื้อนกาแฟ ใช้แป้งข้าวเจ้าถูบริเวณรอยเปื้อน แล้วจึงนำไปซักตามปกติ

   10. รอยเปื้อนน้ำส้มสายชู ให้ผสมแอมโมเนีย 1 ช้อนชา ในน้ำ 2 ถ้วย (ครึ่งลิตร) จากนั้นนำเสื้อผ้าไปแช่ 2-3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า และซักตามปกติ

   11. รอยเปื้อนช็อกโกแลต รีบนำผ้าที่เปื้อนไปแช่น้ำอุ่นทันทีที่เปื้อน หรืออาจใช้น้ำยาขจัดคราบช่วย จากนั้นนำไปซักตามปกติ

   12. รอยเปื้อนเลือด นำนมข้นหวานทาบริเวณรอยเปื้อน ทิ้งไว้สักครู่ แล้วนำไปขยี้น้ำออก

   13. รอยเปื้อนคราบเลือดจางๆ ใช้เบคกิ้งโซดาผสมน้ำเล็กน้อยจนข้น นำไปถูเบาๆ ตรงรอยเปื้อน เมื่อแห้งจึงปัดฝุ่นออก แล้วนำไปซักตามปกติ

   14. รอยเปื้อนคราบเลือดฝังแน่น ใช้ฟองน้ำจุ่มน้ำเย็นที่ผสมเกลือจนชุ่ม ถูเบาๆ จนรอยค่อยๆ จางลง แล้วใช้น้ำเปล่าถูอีกครั้ง จากนั้นใช้ทิชชู่ซับน้ำให้แห้ง

   15. เปื้อนครีม เนย น้ำมัน นำแป้งฝุ่นทาตัวมาโรย ใช้กระดาษทิชชู่ หรือกระดาษบางอื่นๆ วางทับ แล้วใช้เตารีดที่ร้อนพอสมควร วางทับบนกระดาษจนแป้งดูดคราบมันออกหมด จึงนำไปซัก

   16. รอยเปื้อนสนิม นำเสื้อผ้ามาชุบน้ำให้เปียกก่อน บีบน้ำมะนาวลงไปบนรอยเปื้อนแล้วทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นนำไปซักตามปกติ

   17. ผ้าขาวที่ออกสีเหลือง ให้ใส่เปลือกไข่ป่นละเอียดในกะละมังซักผ้า แล้วแช่ทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นจึงซักตามปกติ

   18. ผ้าขึ้นรา (เล็กน้อย) นำผ้าไปซักในน้ำสบู่ร้อนๆ หรือบีบมะนาวลงไปตรงที่มีราขึ้น แล้วแช่ผ้าไว้ในผงซักฟอกสักครู่ แล้วจึงซักผ้าตามปกติ

   19. รอยเปื้อนยาแดง เช็ดรอยเปื้อนด้วยแอมโมเนีย หรือซักด้วยน้ำส้มสายชูผสมน้ำ

   20. รอยเปื้อนยาทาเล็บ ซับที่รอยเปื้อนด้วยน้ำยาล้างเล็บ และเช็ดด้วยผ้าที่สะอาดจนรอยเปื้อนจางลง (ควรลองหยดน้ำยาทาเล็บลงผ้าก่อน)

   21. รอยเปื้อนยางกล้วย ใช้มะนาวที่ฝานเป็นชิ้นบางๆ ถูตรงรอยเปื้อนที่เป็นคราบดำแล้วรีบนำมาซักทันที

   22. รอยเปื้อนลิปสติก ใช้น้ำมันหมูทาตรงรอยเปื้อน แล้วจึงซักในน้ำสบู่ร้อนๆ หรือใช้ผงซักฟอกโรยตรงรอยเปื้อน แล้วขยี้จนรอยจางไป จากนั้นจึงซักตามปกติ หรือใช้วาสลินถูตรงรอยเปื้อน แล้วนำไปซักตามปกติ หรือนำผ้าที่เปื้อนไปแช่ในน้ำผสมเกลือทิ้งไว้ 1 คืน จะทำให้รอยลิปติกหายไป

   23. รอยเปื้อนดินสอ ใช้ยาสีฟันป้ายลงบนรอยดินสอ แล้วขยี้จนรอยจางไป

   24. รอยเปื้อนปากกาลูกลื่น ใช้ฟองน้ำชุบแอลกอฮอล์เช็ดจนรอยจางลง แล้วจึงนำไปซัก

   25. รอยเปื้อนหมากฝรั่ง ขูดยางหมากฝรั่งออกด้วยสันมีด แล้วใช้น้ำแข็งถูเพื่อให้ยางนั้นแข็งตัว แล้วค่อยๆ แกะออก จากนั้นใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ด และนำไปซักในน้ำสบู่อ่อน

   26. คราบเหงื่อไคล ซักด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชูเล้กน้อย หรือน้ำมะนาวละลายยาแก้ปวด 2 เม็ดลงในน้ำ แช่ผ้าไว้สักครู่ แล้วจึงซักตามปกติ

 




ที่มา: สาระน่ารู้ บันเทิง และเรื่องน่าอ่าน
เว็บลิงค์: www.knowledge.directoryinthai.com/?p=726
คลิปอาร์ต:
คลิปวิดีโอ: