สึนามิในไทย
กลุ่มสาระ:
05_สุขศึกษาและพลศึกษา
ระดับชั้น: ประถมศึกษาปีที่ 6


     คลื่นยักษ์(Tsunami) เป็นคำในภาษาญี่ปุ่น ประกอบด้วคำ 2 คำ คือ "tsu" แปลว่า  ท่าเรือ "nami" แปลว่าคลื่น   ซึ่งเมื่อนำมารวมกันจะ แปลว่า คลื่นท่าเรือ หรือ habour wave

     นักวิชาการได้แบ่งสาเหตุของการเกิดคลื่นสึนามิเป็น  2  ประเภทใหญ่ๆ  คือ คลื่นสึนามิจากแผ่นดินไหว (seismic tsunami) และคลื่นสึนามิไร้แผ่นดินไหว (non - seismic tsunami)

1.  คลื่นสึนามิจากแผ่นดินไหว 

     เกิดจากแผ่นดินไหวในระดับที่รุนแรง คือ ตั้งแต่  8.0  ขึ้นไปตามมาตราริกเตอร์ โดยมีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใต้พื้นท้องมหาสมุทร หรือที่บริเวณใกล้ชายฝั่งทะเล

     ในทางธรณีวิทยา  เปลือกโลกประกอบขึ้นด้วยแผ่นเปลือกโลก (tectonic  plates) หลายๆ แผ่นเชื่อมต่อกัน เมื่อใดที่แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่เข้าหากัน หรือแยกออกจากกันจะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขึ้น โดยความรุนแรงจากการสั่นสะเทือนของเปลือกโลกจะมีมากน้อยแตกต่างกันไปแต่ละคราว บริเวณที่เป็นแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกจึงมักเกิดแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่ขอบของแผ่นเปลือกโลกแผ่นหนึ่งเลื่อนตัวมุดลงไปใต้ขอบของแผ่นเปลือกโลกอีกแผ่นหนึ่ง จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรง และหากบริเวณนั้นอยู่ใต้ทะเล  ก็จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิขึ้นได้


2. คลื่นสึนามิไร้แผ่นดินไหว 

    แบ่งย่อยออกเป็น 2 ชนิด  คือ ชนิดแรกเกิดจากปรากฏการณ์ตาธรรมชาติ  และชนิดที่ 2 เกิดจากการกระทำของมนุษย์

            1. ชนิดที่เกิดจากปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่อาจก่อให้เกิดคลื่นสึนามิได้  มีดังนี้
                 - การเกิดแผ่นดินถล่ม  (landslides)  ขนาดใหญ่ใกล้ชายฝั่งทะเล
                 - การปะทุอย่างรุนแรงของภูเขาไฟใต้ทะเลหรือบนเกาะในทะเล
                 - การพุ่งชนของอุกกาบาตลงบนพื้นน้ำในมหาสมุทร

            2. ชนิดที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์  ตัวอย่างการเกิดของคลื่นสึนามิที่ถือได้ว่ามีสาเหตุมาจากการกระทำของมนุษย์  คือ  ปรากฏการณ์คลื่นขนาดใหญ่ที่เคลื่อนตัวมาถึงชายฝั่งของประเทศฟิลิปปินส์ในเดือนกรกฎาคม  พ.ศ. ๒๔๘๙  ทั้งๆ ที่มิได้เกิดแผ่นดินไหวมาก่อน แต่เป็นเพราะมีการทดลองระเบิดปรมาณูของสหรัฐอเมริกาที่เกาะบิกินี ในหมู่เกาะมาร์แชลล์   กลางมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อวันที่ ๑ และวันที่ ๒๙ ของเดือนนั้น ดังนั้นจึงเชื่อว่า ความสั่นสะเทือนของพื้นน้ำที่เกิดจากการทดลองระเบิดปรมาณูก็อาจก่อให้เกิดคลื่นสึนามิขึ้นได้
 

การเกิดสึนามิในประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 

       ตอนเช้าของวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เวลา 07.58.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น เกิด  จากแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริคเตอร์ ในทะเลนอกฝั่งตะวันตกทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ที่ระดับความลึกประมาณ 10 กม. ทำให้มี after shocks เกิดขึ้นหลายสิบครั้ง เป็นระยะทางกว่า 1,200-1,300 กม. ขนานไปตามแนว Sunda Trench  ซึ่งเป็นแนวการมุดตัวของแผ่นมหาสมุทรอินเดียลงใต้ แผ่นยูเรเซีย ในทิศเหนือถึงตะวันออกเฉียงเหนือ ทำมุมกับพื้นระนาบประมาณ 10 องศา ในบริเวณ Sunda Trench และทำมุมมากขึ้นในที่ลึกลงไป

      ปริมาณพลังงานที่ปลดปล่อยจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ เทียบได้กับพลังงานทั้งหมด ที่ถูกใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลากว่า 1 เดือน ณ ที่ศูนย์กลางแผ่นดินไหว คาดว่ามีการเลื่อนย้อนของแผ่นเปลือกโลกไปตามแนวรอยเลื่อนเป็นระยะทางประมาณ 20 กม. ส่งผลให้พื้นมหาสมุทร ที่ปิดทับอยู่บนรอยเลื่อน ต้นกำเนิดแผ่นดินไหว ที่มีการเคลื่อนที่ไปประมาณ 10 กม.ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ เกิดการยกตัวสูงขึ้นในแนวดิ่งของพื้นมหาสมุทร ในบริเวณดังกล่าว ประมาณ 2-3 กม. เป็นต้นกำเนิกของคลื่นยักษ์ที่เดินทางไปใน มหาสมุทรอย่างรวดเร็ว เข้าปะทะกับชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย และทะเลอันดามัน ทางตะวันตกของประเทศไทย ได้แก่  จังหวัดระนอง  พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สัญญาณการเตือนภัยคลื่นสึนามิ

      ก่อนการเกิดคลื่นสึนามิ  จะเกิดเหตุการณ์ ดังนี้

1. เกิดแผ่นดินไหว รู้สึกได้บนชายฝั่ง
2. ระดับน้ำที่ชายฝั่งทะเลลดลงมากอย่างรวดเร็วผิดปกติ
3. อีก 5-30  นาทีต่อมา คลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำชายฝั่ง ท่วมลึกเข้าไปในแผ่นดิน
4. คลื่นซัดทุกสิ่งกลับลงสู่ทะเล  แล้วคลื่นลูกต่อไปจะตามมาในไม่ช้า

      ดังนั้นเมื่อท่านไปเที่ยวชายทะเล หากเกิดแผ่นดินไหว แล้วมีการลดลงระดับน้ำทะเลอย่างรวดเร็ว ให้หนีไปที่สูงลึกเข้าไปในแผ่นดินให้เร็วที่สุดอย่าลืมที่จะร้องเตือนผู้ที่พักผ่อนอยู่ตามชายหาดให้ออกวิ่ง

 ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดคลื่นสึนามิ

1. เมื่อรู้ว่ามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น ขณะที่อยู่ในทะเลหรือบริเวณชายฝั่ง ให้รีบออกจากบริเวณชายฝั่งไป
    ยังบริเวณที่สูงหรือที่ดอนทันที โดยไม่ต้องรอประกาศจากทางราชการ เนื่องจากคลื่นสึนามีเคลื่นที่
    ด้วยความเร็วสูง

2. เมื่อได้รับฟังประกาศจากทางราชการเกี่ยวกับการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณทะเลอันดามัน ให้เตรียม
    รับสถานะการณ์ที่อาจจะเกิดคลื่นสึนามิตามมาได้ โดยด่วน

3. สังเกตปรากฏการณ์ของชายฝั่ง หากทะเลมีการลดของระดับน้ำลงมาก หลังการเกิดแผ่นดินไหวให้
    สันนิษฐานว่าอาจเกิดคลื่นสึนามิตามมาได้ ให้อพยพ คนในครอบครัว สัตว์เลี้ยง ให้อยู่ห่างจาก
    ชายฝั่งมากๆและอยู่ในที่ดอนหรือน้ำท่วมไม่ถึง

4. ถ้าอยู่ในเรือซึ่งจอดอยู่ในท่าเรือหรืออ่าวให้รีบนำเรือออกไปกลางทะเล เมื่อทราบว่าจะเกิดคลื่น
    สึนามิพัดเข้าหา เพราะคลื่นสึนามิที่อยู่ไกลชายฝั่งมากๆ จะมีขนาดเล็ก

5. คลื่นสึนามิอาจเกิดขึ้นได้หลายระลอกจากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งเดียว เนื่องจากมีการแกว่งไปมา
    ของน้ำทะเล ดังนั้นควรรอสักระยะหนึ่งจึงสามารถลงไปชาดหาดได้

6. ติดตามการเสนอข่าวของทางราชการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

7. หากที่พักอาศัยอยู่ใกล้ชายหาด ควรจัดทำเขื่อน กำแพง ปลูกต้นไม้ วางวัสดุ ลดแรงปะทะของน้ำ
    ทะเล และก่อสร้างที่พักอาศัยให้มั่นคงแข็งแรง ในบริเวณย่านที่มีความเสี่ยงภัยในเรื่องคลื่นสึนามิ

8. หลีกเลี่ยงการก่อสร้างใกล้ชายฝั่งในย่านที่มีความเสี่ยงสูง

9. วางแผนในการฝึกซ้อมรับภัยจากคลื่นสึนามิ เช่น กำหนดสถานที่ในการอพยพแหล่งสะสมน้ำ
    สะอาด เป็นต้น

10. จัดผังเมืองให้เหมาะสม บริเวณแหล่งที่อาศัยควรมีระยะห่างจากชายฝั่ง

11. ประชาสัมพันธ์ และให้ความรู้ประชาชน ในเรื่องการป้องกันและบรรเทาภัยจากคลื่นสึนามิ และ
      แผ่นดินไหว

12. วางแผนล่วงหน้า หากเกิดสถานการณ์ขึ้นจริง ในเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่
      เกี่ยวข้อง กำหนดขั้นตอนในด้านการช่วยเหลือบรรเทาภัยด้านสาธารณสุข การรื้อถอน และฟื้นฟู
      สิ่งก่อสร้าง เป็นต้น

13. อย่าลงไปในชายหาดเพื่อดูคลื่นสึนามิ เพราะเมื่อเห็นคลื่นแล้วก็ใกล้เกินกว่าจะหลบหนีทัน

14. คลื่นสึนามิ ในบริเวณหนึ่งอาจมีขนาดเล็ก แต่อีกบริเวณหนึ่งอาจมีขนาดใหญ่ ดังนั้นเมื่อได้ยิน
      ข่าวการเกิดคลื่นสึนามิ ขนาดเล็กในสถานที่หนึ่ง จงอย่าประมาทให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์

 



ที่มา: กองธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
เว็บลิงค์: http://www.dmr.go.th, http://www.cmmet.tmd.go.th/seismo/tsu.php
คลิปอาร์ต:
คลิปวิดีโอ: