ระบบกล้ามเนื้อมนุษย์ (Muscular System)
กลุ่มสาระ:
05_สุขศึกษาและพลศึกษา
ระดับชั้น: ประถมศึกษาปีที่ 4


ระบบกล้ามเนื้อมนุษย์ (Muscular System)

     การหดตัวและการคลายตัวของกล้ามเนื้อมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ถึงแม้ว่าจะมีกระดูกและข้อต่อประกอบเป็นระบบโครงร่างของร่างกายเพื่อให้มีการเคลื่อนไหวได้ แต่การเคลื่อนไหวที่แท้จริงอาศัยการทำงานของกล้ามเนื้อ ในร่างกายของเราสามารถแบ่งกล้ามเนื้อออกเป็น 3 ชนิด  คือ 

 

 1. กล้ามเนื้อลาย
       (Striated Muscles) 

      กล้ามเนื้อลาย หรือ กล้ามเนื้อในอำนาจจิตใจ เป็นกล้ามเนื้อทั่วๆไป หรือกล้ามเนื้อแดงของร่างกาย กล้ามเนื้อนี้มีประมาณ 40% ของร่างกาย และอยู่ในอำนาจจิตใจภายใต้การควบคุมของระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อดูด้วย กล้องจุลทรรศน์ ลักษณะของกล้ามเนื้อพวกนี้ประกอบด้วยเซลล์ยาว ซึ่งอาจเรียกว่า เส้นใยกล้ามเนื้อ ขนาดตั้งแต่ 0.1 ถึง 0.01 มิลลิเมตร  และยาวตั้งแต่ 3 มิลลิเมตร ถึง 30 มิลลิเมตร มีนิวเคลียสจำนวนมากอยู่ที่ขอบของเซลล์ มีลายตามขวาง สีเข้มและสีจางสลับกัน ซึ่งเห็นได้ชัดเจนเมื่อย้อมด้วยสี คนที่ออกกำลังเสมอเส้นใยกล้ามเนื้อจะโตขึ้น และหนาขึ้น แต่จำนวนไม่เพิ่มขึ้น 


          กล้ามเนื้อมีประสาทยนต์มาทำให้กล้ามเนื้อหดตัวและมีประสาทรับความรู้สึกจากกล้ามเนื้อหรือเอ็นไปสู่สมองเพื่อให้รู้ว่า กล้ามเนื้อหดตัวมากน้อยเพียงใด 

          เซลล์หรือเส้นใยกล้ามเนื้อรวมกันเข้า โตขึ้นเป็นมัดกล้ามเนื้อ ซึ่งมีที่เกาะอย่างน้อยสองแห่ง โดยทอดข้ามข้อต่อเมื่อกล้ามเนื้อหดตัวดึงกระดูกสองชิ้นนั้นเข้าหากัน จึงเคลื่อนไหวได้ที่ข้อต่อ 

         บางแห่งกล้ามเนื้อเกาะจากกระดูกไปติดที่ผิวหนัง เมื่อกล้ามเนื้อหดตัว จึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณะของผิวหนัง หรือทำให้ผิวหนังเป็นรอยย่นขึ้นได้ เช่น กล้ามเนื้อที่ใบหน้า (จึงแสดงอารมณ์ได้) 

         มัดกล้ามเนื้อที่ยาวๆ มักจะเป็นเอ็นยาว (tendon) ต่อจากปลายของกล้ามเนื้อไปติดที่กระดูก เพื่อให้เคลื่อนไหวได้มากขึ้น ถ้ามัดกล้ามเนื้อมีลักษณะแบนบาง มักจะเป็นเอ็นแผ่ (aponeurosis) ต่อจากกล้ามเนื้อ 

         กล้ามเนื้อหดตัวได้เต็มที่ได้ประมาณ 55% ของความยาวของส่วนกล้ามเนื้อนั้น ความแรงของการหดตัวจึงขึ้นอยู่กับความยาว ขนาด และจำพวกของเส้นใยกล้ามเนื้อ 

         กล้ามเนื้อลายมีหน้าที่เคลื่อนไหวร่างกายที่ข้อต่อต่างๆเคลื่อนไหวลูกตา ช่วยในการเคี้ยวและการกลืน เคลื่อนไหวลิ้น เคลื่อนไหวใบหน้าแสดงอารมณ์ต่างๆ และยังประกอบเป็นผนังอก และผนังท้อง ตลอดจนการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ
 

 2. กล้ามเนื้อเรียบ 
    (Smooth Muscles) 


 
        เป็นกล้ามเนื้อที่บุอยู่ที่อวัยวะต่างๆภายในของร่างกายมีหน้าที่ ควบคุมการทำงานของ อวัยวะย่อยอาหาร และอวัยวะภายใน ต่างๆ เช่น ลำไส้ กระเพาะอาหาร อวัยวะสืบพันธุ์ มดลูก เส้นเลือดดำ ฯลฯ ซึ่งอยู่นอกอำนาจของจิตใจ แต่อยู่ภายใต้ การควบคุมของระบบประสาทอิสระ (Autonomie Nervous System) มีลักษณะเป็นเซลล์รูปกระสวยมีนิวเคลียสรูปไข่อยู่ตรงกลาง

3. กล้ามเนื้อหัวใจ
    (Cardiac Muscles)
 


         กล้ามเนื้อหัวใจ ประกอบเป็นกล้ามเนื้อหัวใจเพียงแห่งเดียวอยู่นอกอำนาจจิตใจ มีลักษณะเป็นเซลล์รูปทรงกระบอกมีลายตามขวางเป็นแถบสีทึบสลับกับสีจาง เซลล์กล้ามเนื้อนี้มีแขนงไปประสานกับแขนงของเซลล์ใกล้เคียง เซลล์ทั้งหมดจึงหดตัวพร้อมกัน และหดตัวเป็นจังหวะตลอดชีวิต ควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติ


กลไกการทำงานของกล้ามเนื้อลาย
       นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาการทำงานของเส้นใยกล้ามเนื้อมานานแล้ว  แต่ยังไม่ทราบแน่ชัด  ต่อมา  ฮักเลย์  และ  แฮนสัน  ได้เสนอสมมติฐานการหดตัวของกล้ามเนื้อเกิดจากการเลื่อนตัวของแอกทินเข้าหากันตรงกลาง  การเลื่อนของโปรตีนดังกล่าวทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อหดตัว  การเคลื่อนไหวในแต่ละส่วนของร่างกาย  โดยกล้ามเนื้อจะทำงานรวมกันเป็นคู่ๆในลักษณะแอนตาดกนิซึม (Antagonism)  ได้แก่ 

       1. กล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวงอและเหยียด 
           1.1 กล้ามเนื้อเฟล้กเซอร์ (flexor) เป็นกล้ามเนื้อที่หดกตัวแล้วทำให้เกิดการเคลื่อนไหวงอหรือพับ  ได้แก่  กล้ามเนื้อไบเซพ(bicape) 
           1.2 กล้ามเนื้อเอ็กเทนเซอร์ (extenser) เป็นกล้ามเนื้อที่หดตัวแล้วทำให้เกิดการเคลื่อนไหวเหยียดตรง  ได้แก่  กล้ามเนื้อไตรเซพ (tricepe)

       2. กล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวไปข้างหน้าและข้างหลัง 
           2.1 กล้ามเนื้อ protracter เป็นกล้ามเนื้อที่หดตัวแล้วทำให้เกิดการเคลื่อนไหวไปข้างหน้า 
           2.2 กล้ามเนื้อ retracter เป็นกล้ามเนื้อที่หดตัวแล้วทำให้เกิดการเคลื่อนไหวไปข้างหลัง

       3. กล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวไปด้านข้างและแนบลง 
           3.1 กล้ามเนื้อ abduetor เป็นกล้ามเนื้อที่หดตัวแล้วทำให้เกิดการเคลื่อนไหวออกจากข้างลำตัว 
           3.2 กล้ามเนื้อ adduetor เป็นกล้ามเนื้อที่หดตัวแล้วทำให้เกิดการเคลื่อนไหวแนบลำตัว

 




ที่มา: ฝ่ายวิชาการ อจท.
เว็บลิงค์: http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD, http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88:%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD
คลิปอาร์ต:
คลิปวิดีโอ: