แค่ สะเต็มคงไม่พอสำหรับโลกยุคใหม่ แล้วศาสตร์ไหนที่เราต้องรู้เพิ่ม?

        STEM หมายถึง องค์ความรู้และวิชาการของศาสตร์ทั้ง 4 ที่มีความเชื่อมโยงกันในโลกของความเป็นจริง ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้ต่างๆ มาบูรณาการเข้าด้วยกันในการดำเนินชีวิตและการทำงาน ถึงปัจจุบัน STEM จะเข้ามามีบทบาทต่อโลกยุคนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่การบูรณาการไม่ใช่แค่เรื่องของศาสตร์ทั้ง4 แขนงอีกต่อไป เพราะโลกแห่งศตงรรษที่21 เป็นโลกที่ไม่หยุดเดิน สังคมยังต้องการความสมบูรณ์แบบครบด้าน ศาสตร์ไหนบ้างที่ต้องเพิ่มเข้าไปใน STEM มาเรียนรู้และทำความเข้าใจพร้อมๆกันเลย

มาทำความเข้าใจ ‘สะเต็ม’ กันก่อน
        STEM (สเต็ม) เป็นคำย่อจากภาษาอังกฤษของศาสตร์ 4 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics)
        STEM ถูกใช้ครั้งแรกโดยสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ภาษาอังกฤษเรียกว่า The National Science Foundation หรือ NSF ปัจจุบัน นอกจากคำว่า STEM ที่รู้จักกันทั่วไปแล้ว ยังมีคำใหม่เกิดขึ้น คือ STEAM

STEM เป็น STEAM

        STEAM นั้น มีแนวคิดและทฤษฎีที่เหมือนกับ STEM ทุกประการ หากแต่มีการเติมคำว่า A แทรกเข้าไปก่อนที่จะถึงตัว M A ดังกล่าว ย่อมาจาก Art ซึ่งแปลว่า ศิลปะ แต่ Art ก็ไม่ได้มาแบบเดี่ยวๆ เพราะมีคำว่า Design พ่วงเข้ามาด้วย คือ Art + Design ทำไมต้องใส่ A เข้ามา การใส่ A เข้ามา ไม่เพียงแค่เติมคำว่า Art แต่ได้กระเตงเอาคำว่า Design เข้าไปด้วย เพราะยุคนี้เป็นยุคทองของ Creativity 4.0 เพราะยุค Creativity 4.0 นั้น เป็นยุคที่ใครๆ ก็สามารถเป็น Creative เองได้ แม้ว่าจะไม่มีสินค้าหรือบริการเป็นโจทย์ก็ตาม เราจึงพบเห็น Creativity ได้ทั่วไป และโลกยุค 4.0 ก็คือโลกยุคหลังเทคโนโลยีสารสนเทศ

        ซึ่งไม่มีอะไรเป็นไปได้มากไปกว่าการเอาโลกเทคโนโลยีสารสนเทศมาหลอมรวมกับโลกแห่งความเป็นจริง ตัวอย่างสำคัญอันหนึ่งก็คือ การเกิดขึ้นของ Pokémon GO! เกม Pokémon GO! คือความคิดสร้างสรรค์ขั้นสูงสุดในยุค Creativity 4.0 ที่เป็นการหลอมรวมเอา โลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับโลกเสมือน หรือ Cyberspace นั่นก็คือ ระบบอินเทอร์เน็ต หรือเกม หรืออะไรก็ตามที่ไม่ใช่เรื่องจริง แนวคิดใหม่ที่น่าสนใจและเมื่อเราพูดถึง โลกเสมือน และ โลกแห่งความเป็นจริง ก็มีแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจทฤษฎีหนึ่ง นั่นคือ STEM+AT

        องค์ความรู้เกี่ยวกับ STEM+AT ถูกประกาศโดย USAID ที่ย่อมาจาก United States Agency for International Development หรือ องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา USAID ได้เติมคำว่า Accounting และคำว่า Tourism ต่อท้ายเครื่องหมาย + ตามหลังคำว่า STEM กลายเป็น STEM+AT
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะโดยลำพัง คำว่า Science (วิทยาศาสตร์) Technology หรือ T (เทคโนโลยี) E หรือ Engineering (วิศวกรรมศาสตร์) และ M หรือ Mathematics (คณิตศาสตร์) หรือ STEM ไม่เพียงพอในโลกแห่งความเป็นจริง

        และแม้จะเติมคำว่า A ซึ่งรวมคำว่า D เข้าไป เป็น A+D หรือ Art + Design ก็ยังไม่เพียงพอ
ในยุคที่วัฒนธรรมและผู้คนขับเคลื่อนเลื่อนไหลไปทั่วทุกมุมโลก คำว่า Tourism กลายเป็นธุรกิจทรงคุณค่าของหลายๆ ประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเติมคำว่า Accounting เข้าไปก็เพื่อเสริมให้ STEM มีทิศทางของธุรกิจหรือทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21

        STEM+AT จึงเหมาะสมในยุคศตวรรษที่ 21 เพราะการเติมทักษะ AT เข้าไปให้กลายเป็น STEM+AT ได้ตอบโจทย์สังคมยุคใหม่ และโลกอนาคตยังคงต้องการศาสตร์ต่างๆที่สามารถบูรณาการได้มากกว่าปัจจุบัน ซึ่งเด็กๆในยุคนี้ต้องก้าวตามให้ทันและเตรียมความพร้อมกับความต้องการของสังคมในโลยุคศตวรรษที่ 21 กันมากกว่าเดิม

บทความจาก : www.Salika.com